.
งานสัมมนา DICE ที่ Las Vegas ทีผ่านมา มีหัวข้อน่าสนใจอยู่ข้อนึง คือบรรดานักพัฒนาต่างตั้งคำถามเดียวกันว่า “เราเรียนรู้อะไรจาก Clair Obscur: Expedition 33 บ้าง?” เพราะเกม RPG จากฝรั่งเศสที่กวาดรางวัลไปเพียบและทำยอดขายทะลุ 6 ล้านชุดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเม.ย. 2025 กลายเป็นประเด็นร้อนเพราะมีรายงานว่าใช้ทุนสร้างไม่ถึง 10 ล้าน USD แต่ภาพกราฟิกกลับสวยงามเทียบชั้นเกมฟอร์มยักษ์ที่ใช้เงินสร้างหลายร้อยล้าน USD แถมยังมีคะแนนรีวิวดีกว่าเกือบทุกเกมในปีที่ผ่านมาด้วย
.
และด้วยความสำเร็จระดับนี้ ก็เหมือนจะเป็นคำสาปให้ค่ายเกมอื่นๆ เพราะ Expedition 33 ถูกหยิบยกมาอ้างอิงตลอดเวลา โดยเฉพาะสตูดิโออิสระที่ไปเสนอแผนพื่อขอทุน มักจะโดนสวนกลับว่า “ที Expedition 33 ยังทำได้โดยใช้เงินน้อยกว่านี้เลยนะ” จนทำให้นักพัฒนาเหล่านั้นน้ำท่วมปาก เพราะไม่รุ้จะอธิบายยังไงให้นักลงทุนรู้ว่า เกมนั้นมันคือกรณีพิเศษจริงๆ
.
Clair Obscur: Expedition 33 วางจำหน่ายในราคา 50 USD หรือ 1100 บาทในโซนไทย ซึ่งถูกกว่าเกม AAA ที่มักตั้งไว้ 70 USD หรือบางเกมอย่าง Mario Kart World ที่กระโดดไปถึง 80 USD นอกจากนี้ในช่วงเปิดตัวบน Steam ยังมีส่วนลดอีก 20% ทำให้ราคาเหลือไม่ถึงพันบาท ทำให้ผู้เล่นจึงรู้สึกว่า “โคตรคุ้มค่า” ที่จะซื้อ
.
มี 2 ปัจจัยหลักที่เปลี่ยนโลกอุตสาหากรรมเกมที่กำลังเป๋หลังโควิด คือ “การขายแบบดิจิทัล” เพราะปัจจุบันยอดขายส่วนใหญ่เป็นแบบดิจิทัล ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ผู้จัดจำหน่าย เช่น หากขายแบบแผ่นราคา 70 USD อาจได้ส่วนแบ่ง 35 USD แต่ถ้าขายแบบดิจิทัลจะได้เพิ่มเป็น 49 USD ต่อให้คงราคาเดิมที่ 60 USD ก็ยังได้กำไรต่อหน่วยมากกว่าเดิมอยู่ดี
.
ถัดมาคือ “ทางเลือกที่มากขึ้น” หากย้อนไปในยุคปี 2000 เกมคุณภาพต่ำก็ยังขายได้ถ้าได้วางบนชั้นเด่นๆ ในร้านขายเกม แต่มาในยุคนี้มีเกมใหม่ๆ ให้เลือกไม่จำกัด รวมถึงการตีตลาดจากเกมแบบ Free-To-Play ทั้งบนมือถือ PC และคอนโซล จึงไม่มีเหตุอะไรที่ผู้เล่นที่งบจำกัดต้องซื้อเกมราคา 70 USD ถ้าไม่รู้สึกว่าว้าวจริงๆ
.
ยกตัวอย่างเช่น Avowed และ The Outer Worlds 2 ที่ Obsidian Entertainment ยอมรับว่าทำยอดขายพลาดเป้า เพราะราคา 70 USD ดู “แพงเกินไป” เมื่อเทียบกับคะแนนรีวิวที่สู้เกมอื่นที่ราคาถูกกว่าไม่ได้ดังนั้นหลังจากนี้ อาจจะมีเพียงเกมยักษ์ๆ เช่น Grand Theft Auto VI เท่านั้นที่ยังใช้ราคาสูงลิ่วได้
.
ที่น่าสนคือในรายชื่อ 25 เกมที่ทำรายได้สูงสุดบน Steam มีเพียง 9 เกมเท่านั้นที่ขายราคา 70 USD ขณะที่เกมอย่าง Hollow Knight: Silksong ราคาเพียง 20 USD หรือ Kingdom Come: Deliverance II ที่ 60 USD ได้รับคำชมเรื่องความคุ้มค่าจนเกิดกระแสบอกต่อ
.
หรืออย่างเกมใหม่แกะกล่องอย่าง Mewgenics ที่เพิ่งวางขายก็ทำยอดขายได้กว่า 600,000 ชุดในไม่กี่วัน ด้วยราคาเพียง 27 USD ซึ่งราคาเท่านี้ทำให้การตัดสินใจซื้อของหลายคนเป็นเรื่องง่ายมาก
.
ในอดีต การตั้งราคา “ถูกไป” อาจทำให้เกมนั้นๆถูกมองว่าเป็นเกมเกรดต่ำจนไม่น่าซื้อ ส่วนเกมแพงๆคือของดี แต่ในยุคปัจจุบันชุดความคิดนี้ใช้ไม่ได้แล้ว แม้สตูดิโอใหญ่ที่มีพนักงานเยอะจะลดราคาได้ยากกว่าทีมงานขนาดเล็ก แต่เหล่านักพัฒนาเริ่มเห็นตรงกันว่ายอดขายที่พุ่งสูงขึ้นจากการลดราคา สามารถชดเชยส่วนต่างได้และอาจทำกำไรได้มากกว่าเดิมเสียอีก
.
ถ้าจะมีสักอย่างที่เอามาจาก Clair Obscur: Expedition 33 คือการตั้งราคาเกม 70 USD ไม่ควรเอามาเป็นมาตรฐานใหม่ของเกมยุคนี้ “ในระยะยาว” นั่นเอง
———
ตรุษจีนนี้ พร้อมเพลย์ไปกับพร้อมเพย์ได้แล้ว รับดีลสุดพิเศษ เร็วสะดวก ปลอดภัย









